ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาแล้วกดโทรไปหายาย แต่คนที่รับสายคือโอมน้องชายของฉัน
(ฮัลโหลพี่เอย)
“ยายล่ะโอม พี่ขอคุยกับยายหน่อย”
(ยายกำลังจ่ายค่าเทอมให้ผมอยู่ พี่เอยมีอะไรหรือเปล่า)
“บอกยายว่าอย่าเพิ่งจ่ายเงินนะ” ฉันรีบค้านขึ้นทันที
(ยายจ่ายไปแล้วพี่เอยมีอะไรหรือเปล่า ถ้าผมไม่รีบจ่ายอาจจะโดนไล่ออกเพราะค้างคาเทอมมาหลายเดือนแล้ว)
“ยายบอกหรือเปล่าว่าได้เงินมาจากไหน”
(ทำไมพี่เอยถามเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้ล่ะครับ ยายบอกว่าเงินก้อนนี้เจ้านายพี่เอยฝากคนเอามาให้ เป็นเงินล่วงหน้าที่หัวหน้างานจ่ายให้ก่อน)
ฉันค่อย ๆ เอาโทรศัพท์ลงจากหูแล้วกดตัดสาย
มันเหมือนโลกใบนี้กำลังแคบลงเรื่อย ๆ ฉันไม่โทษที่ยายเอาเงินไปใช้ เพราะยายคิดว่าเป็นเงินจากการทำงานของฉัน ครั้งล่าสุดที่คุยโทรศัพท์ด้วยกันฉันเป็นคนบอกยายเองว่าได้งานแล้วและเจ้านายใจดีมาก ๆ
อีกอย่างค่าเทอมของโอมฉันก็ผลัดมาหลายเดือนเพราะยังหาเงินไปจ่ายไม่ได้ ยายคงกลัวว่าทางโรงเรียนจะไล่โอมออกจึงรีบนำเงินไปจ่าย
“โทรหายายแล้วเธอสบายใจขึ้นหรือยัง ?” คุณเพลิงที่เงียบฟังฉันคุยโทรศัพท์เอ่ยถามขึ้นมา สายตาที่ร้ายกาจคู่นั้นจับจ้องมองฉันอยู่ตลอดเวลา
“…” เขาจะให้ฉันสบายใจเรื่องอะไรกัน ในเมื่อตอนนี้มันหมดหนทาง
“แรก ๆ เธอคงจะไม่ชินฉันรู้ ทำไปสักพักเธออาจจะติดใจจนไปจากฉันไม่ได้” เขาพูดอย่างหลงตัวเอง
“เอยอยากทำงานอย่างอื่นใช้หนี้ค่ะ งานอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องนั้น”
“ไม่มีงานอื่น งานของเธอมีหน้าที่แค่ขึ้นเตียงกับฉัน”
“…” สำหรับฉันแล้วมันเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยคบหาดูใจกันจะให้ไปทำเรื่องน่าอับอายแบบนั้นได้ยังไง
“เธออาจจะมองว่าฉันใจร้าย ก็คงงั้น สำหรับคนที่ฉันถูกใจต่อให้ถูกมองว่าเป็นคนเลวขนาดไหนฉันก็ไม่สน ขอแค่ได้ของสิ่งนั้นมา”
“… ทำไมต้องเป็นเอยคะ”
“ไม่มีเหตุผล”
ฉันครุ่นคิดว่าควรจะอ้างอะไรเพื่อให้ผู้ชายตรงหน้ายอมปล่อยไป จึงคิดเหตุผลโง่ ๆ ออกมา “เอยมีแฟนแล้วค่ะ”
“แล้วยังไงฉันไม่สน” คุณเพลิงก้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “… เพราะฉันอยากได้ร่างกายของเธอ ไม่ได้คิดจะเอามาเป็นแฟน”
หมับ!! ฝ่ามือใหญ่คว้ามาจับแขนของฉัน ก่อนที่ร่างจะถูกคุณเพลิงฉุดลากเข้ามาในห้องนอน โดยที่ฉันทั้งดิ้นและโวยวาย
“คุณเพลิงอย่าทำอะไรเอยเลยนะคะ เอยขอร้อง”
“คุณเพลิงปล่อยเอยนะ ปล่อย!!”
ตุบ!! ร่างของฉันถูกเหวี่ยงกระแทกลงบนเตียงขนาดคิงไซส์อย่างไม่ปรานี ใบหน้าคมคายเริ่มมองฉันแบบไม่สบอารมณ์
“หมดเวลาของเธอแล้วเอิงเอย ไม่ว่ายังไงก็ต้องยอมรับว่าเธอพลาดเองตั้งแต่แรก” คุณเพลิงบอกพร้อมกับค่อย ๆ ใช้มือปลดเชือกที่ผูกอยู่ตรงเสื้อคลุมออกช้า ๆ
ใช่ฉันพลาดเอง…
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะถามเสียงสั่น “ค… แค่ครั้งเดียวใช่ไหมคะ”
“ในสัญญาบอกไว้ว่าจนกว่าเธอจะเรียนจบ”
สำหรับฉันมันเป็นเวลาที่นานมาก ๆ มันคงจะเป็นช่วงเวลาที่เหมือนตกอยู่ในนรก