ฉันเริ่มระแวงดาวเรืองเข้าให้แล้ว ทำราวกับว่าธรณินทร์เกี่ยวข้องอะไรกับฉันอย่างนั้นแหละ เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันสักหน่อย
กว่าจะนอนหลับ ฉันคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ยิ่งเมื่อดับไฟเข้านอน ฉันกลับมองเห็นภาพของธรณินทร์กำลังช่วยตัวเอง อารมณ์ของเขาตอนนั้นคงจะเร่าร้อนสุดกู่จริง ๆ มือที่ขยับชักรัวบนแกนแข็ง
ฉันมโนถึงขนาดของเขา
ไม่รู้สิ ฉันชุ่มฉ่ำเต็มร่องอีกแล้ว...อู้วววว!
เสียงเครื่องตัดหญ้าคำรามลั่นตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่ฉันหิ้วปิ่นโตอาหารเข้ามาถึงกระท่อมไม้ปีก เพิ่งสังเกตว่ากระท่อมไม้ปีกเวลานี้สะอาดสะอ้านเพราะมีคนอยู่ บ่งบอกถึงนิสัยใจคอของธรณินทร์ว่า เขาเป็นคนเจ้าระเบียบเหมือนกัน
เสื้อผ้าไม่เห็นมีแขวนระเกะระกะอย่างผู้ชายทั่ว ๆ ไปทำกัน พื้นสะอาด ฉันสังเกตเห็นแล้วละคะว่า แม้แต่เนื้อตัวของเขาก็สะอาด มีกลิ่นหอม หรือต่อให้เป็นกลิ่นเหงื่อ ก็เป็นกลิ่นเหงื่อใหม่ ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าสกปรก
โอย นี่ฉันเป็นอะไรไป
พอได้สติ ฉันเองนั่นแหละที่หน้าร้อนผ่าว เพราะลองว่าถ้าสังเกตถึงขั้นนี้แสดงว่าฉันมองธรณินทร์มากกว่าความเป็นน้องผัวแน่
ไม่ใช่สักหน่อย!
“พี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”
เสียงทุ้ม ๆ ทักขึ้น ทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก หันขวับ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวหนักกว่าเดิม ด้วยว่าสายตาของธรณินทร์นั้นแตกประกายมีความหมาย
“ก็...สักพักแล้ว”
ฉันตอบ เพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังเขินขนาดหนัก
รอยยิ้มของธรณินทร์มีเสน่ห์อบอุ่น เขา...ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้แสดงท่าทีเกินเลยกับฉัน และนั่นจะว่าไปแล้วก็คือเสน่ห์สุด ๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง
ถ้าเขาทำรุ่มร่าม ฉันคงไม่กล้าสนิทแบบนี้แน่
“หิวหรือยังล่ะ”
“กำลังหิวพอดีเลยครับ วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ”
“ไม่ต้องขยันมากนักหรอก พี่ไม่ได้มีเงินพิเศษให้นะ”
“โธ่ พี่ ผมไม่ได้หวังเงินหวังทองหรอกครับ อะไรพอทำได้ก็ทำ”
ธรณินทร์กล่าว
ใจของฉันแทบละลายนะตอนนั้น นี่เป็นเอามากจริง ๆ
“ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนสิ เดี๋ยวกินข้าวกัน”
“พี่ล่ะครับ” ธรณินทร์ถาม “ทานมื้อเช้าหรือยัง”
“ยัง”
“ทานด้วยกันสิครับ”
“อืม”
“เย้ เดี๋ยวผมไปอาบน้ำแป๊บ”
เขาดีใจออกหน้า ทำเอาฉันใจเต้นรัว
จะว่าไป นี่ก็คงเป็นการเปิดใจครั้งแรกของฉันก็ว่าได้นะ บริเวณที่เราอยู่ มันค่อนข้างลับสายตาผู้คน เพราะเป็นไร่ส่วนตัว ปกติไม่ค่อยมีใครเข้ามายุ่งด้วยหรอกค่ะ แม้แต่ในขณะที่ฉันยังไม่มีธรณินทร์เข้ามาอยู่ในกระท่อมไม้ปีก
หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างประหลาด ขณะคดข้าวใส่จานให้กับธรณินทร์ที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุด ชุดเก่งของเขาก็คือ ผ้าขาวม้า ท่อนบนเปลือยเปล่า
ธรณินทร์เป็นผู้ชายแข็งแรงคนหนึ่ง กล้ามเนื้อของเขาเป็นอะไรที่มองแล้วไม่น่าเบื่อสักนิด
ซิกแพ็กค่อนข้างชัดเจน
เขาสมบูรณ์แบบมาก แค่เห็นเขา ฉันก็รุ่มร้อนปั่นป่วน อาการแบบนี้เหมือนคนคลั่งไคล้ในเรื่องเซ็กซ์อย่างนั้นแหละค่ะ แต่ไม่ใช่เสียทีเดียว เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ถ้าหากไม่ผ่านการพูดคุย สนิทสนม
“วันก่อน คุณดาวเรืองกับสามีแวะมาที่นี่”
“อะไรนะ”
ฉันหลุดปากอุทาน ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินประโยคนี้หลุดออกจากปากของธรณินทร์
“อ้าว นึกว่าพี่รู้”
“เอ้อ ก็ได้ยินเหมือนกัน ดาวเรืองเป็นเพื่อนพี่ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว แต่ตอนนี้นางสบายไปแล้ว ได้สามีฝรั่ง”
“ใช่ครับ ท่าทางมีความสุขมาก”
“วัน ๆ นางไม่ต้องทำงานอะไรเลย”
“น่าอิจฉา”
เขาพึมพำ
“อิจฉาเรื่องมีสามีฝรั่งหรือว่าเรื่องรวย” ฉันอดถามไม่ได้
“ทั้งสองอย่างแหละครับ”
“อยากได้ไหมล่ะ” เสียงของฉันขุ่นมัวขึ้นทันที
ธรณินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย “อยากได้อะไรครับ”
ฉันแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน
“เปล่า ๆ ก็ล้อเล่นไปงั้นเอง”
ฉันหลบสายตาของเขา ใครจะรู้บ้างล่ะว่า อารมณ์ของฉันเปลี่ยนแปลงราวกับไม่เคยพบเคยเจอผู้ชาย
เขินต่อสายตา
รู้สึกหวาดหวั่น ระคนกับความอยากรู้อยากเห็น
อยากให้เขาเล่าเรื่องของดาวเรืองว่ามีการมาพูดอะไรบ้าง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าดาวเรืองจะมาคุยด้วยเรื่องปกติธรรมดา
“แต่ผมติดใจนะครับ”
ธรณินทร์เอ่ยตรง ๆ
“ติดใจอะไร”
“ก็ที่พี่บอกว่าอยากได้ไง อยากได้อะไร”
“ดาวเรืองไง” ฉันหลุดปากออกไปแล้วใจวายวาบ เพราะถ้าผู้ชายฉลาดจริง ย่อมดูออกว่าฉันมีอารมณ์หึงหวงเขา
หวงทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรเลย
ธรณินทร์หน้านิ่งเฉย ตอบกลับมาเหมือนไม่ได้สะดุดใจอะไรกับคำตอบ
“แกมีสามีแล้วนี่ครับ”
ฉันแอบระบายลมออกจากปาก อย่างน้อยที่สุดก็ได้รู้ว่า ธรณินทร์ยังตามฉันไม่ทันในบางเรื่อง
“สวยไหมล่ะ”
“สวยครับ”
ธรณินทร์ตอบตามตรง “สวยในสเปกของฝรั่ง แต่ไม่ใช่ผม”
ฉันเกือบจะชักสีหน้าอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินประโยคต่อมาของเขา ทำเอาฉันแอบยิ้ม ตอนนั้นฉันไม่รู้เหมือนกันว่า ธรณินทร์จะสังเกตเห็นหรือเปล่านะคะ
ที่แน่ ๆ ฉันขี่รถกลับบ้านด้วยหัวใจที่พองโตเบิกบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในสายตาของฉันเวลานี้ อะไร ๆ ก็ล้วนแล้วแต่ดูดีไปหมดทุกอย่างนั่นแหละค่ะ ฟ้าสวย อากาศร้อนก็ไม่ได้รู้สึกเดือดดาลแต่อย่างใด
ฉันถึงบ้าน ตัวเหนียวมาก ต้องอาบน้ำอีกรอบ
ใช่ค่ะ วาบหวิวอีกครั้ง รออะไรล่ะคะ จัดสักน้ำ
นึกถึงร่างกายกำยำแข็งแรงของธรณินทร์แล้ว ใจของฉันสั่นรัวขึ้นมาอีกครั้ง
ฉันหมุนรอบ ๆ มองร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองขณะเปียกปอน
ส่วนเว้าโค้งสวยงาม ฉันหยุดสายตาอยู่ที่เนินสวาท พงหญ้าค่อนข้างสั้น ด้วยว่าฉันเพิ่งตัดแต่งเล็มออก มันมีไม่มากหรอกค่ะ แค่เป็นไม้ประดับสวยงาม ร่องยังคงปิดสนิทเหมือนกับไม่เคยผ่านชายใดมาก่อน
ทั้งชีวิต ฉันก็ผ่านผู้ชายแค่คนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ คือสามี
ส่วนคนอื่น ๆ ได้แค่มโน
ฉันอดเอานิ้วเขี่ยไม่ได้ และจากเขี่ยก็เปลี่ยนเป็นสอดใส่เข้าไป ฉันเผลอสูดปากระหว่างที่นิ้วกำลังชำแรกผ่าน
หลับตาพริ้ม มืออีกข้างเคล้นขยำนม
ให้ตายเถอะ ฉันเสียวอีกแล้ว!
ไม่สามารถอดใจเอาไว้ได้ นิ้วไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายนอก ฉันเริ่มสอดใส่
“ซู๊ดดด...”
นิ้วเร่งรัว และแล้ว...ฉันก็สะท้านวาบ
ร่างกายกระตุกเกร็ง เมือกเหนียวปนกับน้ำฉี่เหมือนระเบิดทะลักออกมาพร้อม ๆ กัน
อารมณ์ตอนนี้มันสุด ๆ จริง ๆ เลยค่ะ
ฉันอาบน้ำเสร็จ กระโจมอกด้วยผ้าถุงออกมาข้างนอก นาทีนั้นเอง หัวใจของฉันมีอันต้องเต้นรัวระส่ำอีกครั้ง
ชอบจัง เวลาที่นิ้วล่วงล้ำขณะที่ช่องทางรักเต็มไปด้วยน้ำหล่อลื่น หัวใจฉันเต้นรัว ความรู้สึกของฉันเวลานี้ ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว ในหัวมีแต่ภาพมโนอันสุดระทึก
ช่องทางรักตอดรัว ขณะที่นิ้วของฉันเริ่มทำหน้าที่
ใบหน้าของฉันเหยเก หัวนมชูชัน ฉันแทบจะทรงกายไม่อยู่ ต้องรูดร่างทรุดนั่งลงกับพื้น พิงแผ่นหลังกับผนังห้องน้ำ ฉีกขากางออก
“อู้ยยยย โอยยย”
การได้ปลดปล่อยอารมณ์ให้ออกมาชนิดไม่ต้องเกรงว่าใครจะได้ยินแบบนี้ มันเป็นอะไรที่ดีงามเหลือเกินสำหรับฉัน
ไม่ไหวแล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว