บทที่11) อินทร์จะไม่ทน
นายอินทร์ขับรถออกมาจากสนามกีฬาชนโคของพ่อด้วยความภิรมย์เกินจะสาธยายออกมา แม้เขาจะเสียเวลาไปเกือบสองสัปดาห์ในการรวบรวมความกล้าเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นพ่อหากแต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี
"ขอบคุณนะครับพ่อ" หากรู้ว่าพ่อตัวเองใจดีอย่างที่น้องสาวฝาแฝดการันตีมาจริงๆเขาก็คงจะไม่มึนตึงใส่บิดาในทุกครั้งที่ถูกไหว้วานให้ช่วยสืบทอดธุรกิจบ่อนการพนันชนโคของพ่ออย่างที่ผ่านมาหรอก
"จริงอย่างที่บังอรว่าพ่อใจดีแต่พี่แค่ปิดกั้น"
เอี๊ยด!
"อะไรวะนะ" ขณะที่นายอินทร์กำลังคิดอะไรเพลินๆหางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างปริศนาที่ถูกกลิ้งลงมาจากที่ลาดชันจนร่างนั้นร่วงหล่นหายไปยังพงหญ้ารกชัฏที่อยู่ริมทาง
ไม่รอช้านายอินทร์ก็รีบหยุดรถและวิ่งไปดูยังจุดดังกล่าวในทันที และสิ่งที่เขาได้เห็นก็ทำให้นายอินทร์ถึงกับอกสั่นขวัญแขวนเมื่อพบว่าชายตรงหน้าที่โดนกลิ้งลงมาจากที่ลาดชั้นนั้นก็คือเดช ผู้ซึ่งเป็นเหมือนสหายรักของเขามาตลอดสามเดือนที่ผ่านมาที่เขาตามเกี้ยวพาราสีน้ำอบนั่นเอง
"เดช! เดช! นี่ข้าเองอินทร์ไงเดช เดช! เอ็งอย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะข้าจะพาเอ็งไปหาหมอ" เขารู้สึกดีใจเหลือเกินที่ใช้มืออังจมูกบิดเบี้ยวนั้นแล้วพบว่าเดชยังคงหายใจอยู่ก่อนจะยกร่างปวกเปียกจวนเจียนจะสิ้นใจของเดชขึ้นรถสปอร์ตของตัวเองไปอย่างร้อนรน
โรงพยาบาลรัญวีนครศรีธรรมราช
"เบื้องต้นคนไข้มีอาการที่สาหัสมากพอสมควรครับคุณนายอินทร์ ตับแตก ม้ามฉีกและเลือดออกในช่องท้อง จมูกกับแขนขวาหักเบี้ยวผิดรูปคล้ายจะโดนของแข็งกระแทกครับ"
หมอวัยกลางคนที่เคยเป็นคนผ่าท้องคลอดให้นายอินทร์ได้ลืมตาดูโลกเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนสาธยายถึงอาการบาดเจ็บของเดชอย่างรู้สึกเห็นใจที่เด็กหนุ่มนั้นถูกทำร้ายจนอาการหนักสาหัสถึงขนาดนี้
"หมอคงต้องขออนุญาติแจ้งเหตุกับตำรวจนะครับเพราะเคสนี้ถือเป็นการทำร้ายร่างกายไม่ใช่เหตุทะเลาะวิวาทอย่างปกติธรรมดา"
"ครับคุณหมอ"
"ใครทำเอ็งนะเดช" เท่าที่เป็นสหายร่วมสาบานกันมาตลอดระยะเวลาสามเดือนนี้ทำให้นายอินทร์ได้รู้ว่าเนื้อแท้ของนายเดชและเพื่อนอีกสี่คนนั้นเป็นคนดีและมีจิตเมตตามากแค่ไหน
"ข้าจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุดเอ็งไม่ต้องห่วงนะเดช" นายอินทร์กอบกุมมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลของคนที่สลบไสลอยู่บนเตียงอย่างสงสาร
เดชเป็นคนดีมากขนาดนี้... หนี้สินก็ไม่เคยติดค้างใครแล้วมันผู้ใดกันที่มันช่างใจร้ายใจดำทำกับเดชเพื่อนรักของเขาได้ลงคอ...
"เชิญคุณนายอินทร์ไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยนะครับ" นายอินทร์พยักหน้าน้อยๆให้กับหมอคนเดิมที่เข้ามาแจ้งข่าว เขาอดไม่ได้จริงๆที่จะชื่นชมให้กับการประสานงานกับตำรวจที่รวดเร็วทันใจของบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งนี้
บ่ายของวันเดียวกัน
สถานีตำรวจ
"แม่!"
เมื่อเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อยู่ใกล้กันกับบริเวณนั้นและเอามาประติดประต่อกันจนผลออกมาเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าคนที่กระทำการอันโหดร้ายทารุณกับเดชนั้นก็คือแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองนายอินทร์ก็ถึงกับร่ำไห้ออกมาอย่างไม่นึกอายสายตาของตำรวจหลายนายที่กำลังจ้องมองมา
"การกระทำดังกล่าวของผู้ต้องหาเข้าข่ายในความผิดในมาตรา297 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบุคคลนั้นได้รับอันตรายสาหัสซึ่งจะต้องระวางโทษจำคุกหกเดือนถึงสิบปี หรือถ้าหากแม่ของคุณนายอินทร์เป็นผู้ว่าจ้างมาอีกทีก็จะเท่ากับว่าเข้าข่ายความผิดในมาตรา299 ฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่รับอันตรายสาหัส โดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้นจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับครับ"
"แม่ทำแบบนี้ทำไมครับ" หัวอกของคนเป็นลูกชายถึงกับแหลกสลายเมื่อรับรู้ว่าการกระทำที่สิ้นคิดของแม่ตัวเองในครั้งนี้นั้นมีราคาที่ต้องจ่ายเป็นมูลค่ามากมายมหาศาลมากแค่ไหน
"อินทร์จะไม่ทนให้แม่เที่ยวทำร้ายเพื่อนของอินทร์อีกแล้ว"
นายอินทร์ตัดสินใจที่จะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามความผิดที่แม่ของตัวเองได้ก่ออย่างไม่รอถามความคิดเห็นจากปากผู้เสียหายอย่างเดช และหากแม้วันข้างหน้าถ้าหากแม่ของเขาจะต้องติดคุกติดตะรางขึ้นมาคำพูดแรกที่เขาจะเอ่ยใส่หน้าของแม่ของตัวเองก็เห็นทีว่าจะเป็นสมน้ำหน้าแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง...
"สำหรับอินทร์แม่สมควรได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อ" นายอินทร์ว่าอย่างหมายมั่นขณะที่กำลังเดินเรื่องเอาความเจ้าเอยให้กับเดชที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
"หากขัดข้องตรงไหนต่อสายหาผมแล้วผมจะมาช่วยแก้ไขให้ทุกอย่างกระจ่างด้วยตัวเองครับ"
"ขอบคุณคุณนายอินทร์ที่ไม่ขัดขวางระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนชั้นรากหญ้าอย่างพวกเรานะครับผม เดินทางปลอดภัยครับผม"
"ยินดีครับ สวัสดีครับผู้กอง"
คราแรกเขาคิดที่จะเดินทางกลับไปหาน้ำอบตามที่ได้สัญญากับเธอเอาไว้หากแต่ก็ดันมีเรื่องของแม่ตัวเองแทรกเข้ามาก่อน นายอินทร์จึงจำต้องผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับเธออีกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองและสหายรักที่แสนดีอีกสี่คนของเขา
อย่าด่านังเอยมันเลยเชื่อเถอะว่าทุกการกระทำของตัวละครในเรื่องนี้มีผลตอบแทนเป็นบทเรียนที่ล้ำค่าอย่างแน่นอนจ้า