ทิพชยารู้สึกตีบตันขึ้นมา แต่เมื่อนึกทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่เครียดมากกว่าเธอยังมีอยู่นั่นคือบิดาของเธอเอง
“พ่อจะให้หนูไปพบเขาเมื่อไหร่คะ?”
ร่องรอยแห่งความหวังผุดพรายขึ้นในดวงตาแห้งผากของชายวัยกลางคนทันทีที่บุตรสาวเอ่ยถาม รอยยิ้มจาง ๆ ระบายอยู่บนริมฝีปากของยาซาโน่
“พรุ่งนี้...พ่อให้คนของพ่อไปตรวจสอบมาอย่างละเอียด ตอนนี้โคเลสนิกไม่ได้อยู่ในอเมริกา เขาเดินทางไปเบลเยี่ยมและอยู่ที่บรัสเซลส์เกือบสัปดาห์แล้ว”
“แค่ไปเจรจาใช่ไหมคะคุณพ่อ?” ทิพชยาถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ใช่...แค่เจรจา มันอาจทำให้ลูกรู้สึกกดดันบ้างเล็กน้อยเพราะปกติคีธเป็นคนที่ชอบเก็บตัวและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก คนของพ่อต้องเช็คอย่างละเอียดและใช้ความพยายามกว่าจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนและทำอะไรในตอนนี้”
“แล้วถ้า...การเจรจาไม่สำเร็จล่ะคะ ถ้าเกิดเขาแสดงความไม่พอใจขึ้นมา หรือว่า...”
“แทมมี่” ยาซาโน่ทอดน้ำเสียงอันนุ่มนวลเพื่อปลอบประโลมบุตรสาวซึ่งอยู่ในอาการประหม่ามากกว่าปกติ
“ไม่มีอะไรที่น่ากลัว แค่ลูกพยายามโน้มน้าวใจเขาให้เห็นใจพวกเรา ให้เขาเข้าใจว่าที่ผ่านมาพ่อไม่เคยหักหลังเขา หรือหากเขาต้องการคำขอโทษพ่อก็ยินดี”
“คุณพ่อไม่ได้ผิดอะไรนะคะ” ทิพชยาแย้งขึ้นมาและราวกับตัดสินใจได้ในท้ายที่สุด “พรุ่งนี้หนูจะเดินทางไปบรัสเซลส์แต่เช้าค่ะ คุณพ่อไม่ต้องให้ใครตามไปหรอกนะคะ หนูจะช่วยคุณพ่ออย่างสุดความสามารถ เจรจาให้เขาคืนนักมวยให้เรา และทำให้เขาเข้าใจคุณพ่อให้ได้”
“แทมมี่” ยาซาโน่ครางเสียงเบาหวิว แม้ใบหน้านั้นยังแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความตื้นตันที่อัดแน่น เขาได้แต่ภาวนาขอให้แผนการที่วางไว้สำเร็จ อย่างน้อยที่สุดขั้นตอนแรกก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
แม้การเดินทางจากอเมริกาไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมต้องใช้เวลาถึง 16 ชั่วโมง ทว่าหญิงสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นก็ไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้าออกมาจากใบหน้าแสนหวานแม้ยังมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดตลอดระยะทางก็ตาม
ทิพชยารับปากบิดาของเธอก่อนออกจากแอตแลนตาว่าจะพยายามโน้มน้าวจิตใจโคเลสนิกที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าพ่อบริษัทโปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของอเมริกา
ทั้งที่ยังไม่แน่ใจ ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าผลการพูดคุยกับคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานนับปีจะออกมาเป็นเช่นไรหากเธอก็ยังคงมีความหวัง โคเลสนิก รอชนีเชนโก หรือที่ทิพชยาเรียกติดปากว่า คีธ ในสายตาของบุตรสาวโปรโมเตอร์ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างยาซาโน่เป็นนักมวยที่ชอบเก็บตัวและพูดกับเธอเพียงน้อยคำเท่านั้น
เพียงไม่กี่คำที่เธอเคยพูดคุยกับเขา หากแต่หญิงสาวก็เก็บเอาภาพของนักมวยหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันและใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรไว้ในความทรงจำมาตลอดระยะเวลาสองปี
เธอจินตนาการไปต่าง ๆ นานาว่าโคเลสนิกจะยังจดจำเธอได้ เขาอาจโกรธเคืองยาซาโน่ แต่เขาคงไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายถึงขนาดที่จะโกรธเคืองใครก็ตามที่อยู่แวดล้อมบิดา
“สวัสดี...คุณชื่ออะไรหรือคะ?”
ภาพในความทรงจำตอนที่เธออยู่ในวัยสิบแปดขณะก้าวเข้าไปในค่ายมวยของบิดาครั้งแรกและพบกับบุรุษร่างสูงใหญ่เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล บรูเน็ตรับกับใบหน้าคร้ามเข้มคมคายผุดขึ้นในความทรงจำ
“สวัสดี...ผม...เอ้อ...โคเลสนิก...เรียกผมว่าคีธก็ได้”
“ฉันแทมมี่...เอ้อ...ฉันแค่อยากตามพ่อมาดูการฝึกซ้อมมวยค่ะ”
“แทมมี่หรือ?...เอ้อ...ถ้าผมจะเรียกสั้น ๆ ว่าแทมได้มั้ย”
แล้วภาพรอยยิ้มอันตรึงตราของบุรุษที่ไม่ค่อยเปิดปากคุยกับใครก็ผุดพรายขึ้นในมโนนึกของหญิงสาว ทิพชยาจดจำรอยกดลึกบนสองข้างแก้มของเขาได้ดี ใช่...โคเลสนิกมีลักยิ้มอันทรงเสน่ห์ซึ่งเธอไม่เคยลืมเลือน
“ถึงแล้วครับ...คุณผู้หญิง”
เสียงคนขับรถแท็กซี่ที่ดังขึ้นปลุกหญิงสาวร่างบอบบางขึ้นจากภวังค์ล่องลอย ทิพชยาหันไปมองนอกหน้าต่างรถซึ่งพาเธอมาถึงบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านเบื้องหน้าสถาปัตยกรรมสวยงามที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาก่อนจะก้าวลงจากรถแท็กซี่คันนั้นพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายซึ่งหญิงสาวพาติดตัวมาเพียงใบเดียว
ใบหน้างามภายใต้กรอบเรือผมสีดำเข้มขลับเงยขึ้นมองสถาปัตยกรรมอันงดงามในบริเวณจัตุรัสใหญ่หรือกรองปลาสซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่าในเขตที่เรียกว่า Lower Town ที่รายล้อมไปด้วยตึกเก่าแบบบาโร้ค
ร่างอรชรยืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานท่ามกลางผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมส่วนที่สวยที่สุดของเมือง เธอไม่ลืมว่ามาบรัสเซลส์เพื่ออะไรแต่กำลังคิดและตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนที่จะก้าวไปยังจุดหมายที่บิดาบอกไว้
คนของยาซาโน่รายงานให้เธอทราบมาก่อนหน้าว่าตอนนี้โคเลสนิกพักอยู่ในบรัสเซลส์ และสถานที่ที่เขาพักคือโรงแรม Le Renard ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสใหญ่อันเป็นที่ซึ่งเธอกำลังยืนอยู่
ทิพชยารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอขัดเล็กน้อย มือเรียวบางนั้นเย็นลง เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะบ่ายหน้าไปยังเส้นทางที่ทอดตัวไปยังโรงแรมสุดหรู ความตั้งใจมั่นที่มีมาแต่แรกดูเหมือนจะถดถอยลงกว่าครึ่งเมื่อป้าย Le Renard ขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เธอกำลังจะได้พบเขา โคเลสนิก รอชนีเชนโก เวลาที่ผ่านไปกว่าสองปีเขาจะยังเหมือนเดิมหรือไม่ เขาจะเป็นยังไง และจะยิ้มให้เธอเหมือนอย่างที่เคยยิ้มหรือไม่ ทิพชยานึกไปตลอดทาง
“ขอโทษนะคะ...ไม่ทราบว่ามีแขกที่ชื่อ โคเลสนิก รอชนีเชนโก พักอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ?”
สาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นเอ่ยถามพนักงานที่ล็อบบี้อันโอ่อ่าทันทีที่ไปถึง ชายหนุ่มชาวยุโรปในชุดฟอร์มของโรงแรมก้มลงดูบนหน้าจอมอนิเตอร์ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว
“ครับ คุณรอชนีเชนโกพักอยู่ที่นี่ครับ”
“ไม่ทราบว่าเขาพักอยู่ห้องไหนหรือคะ?”
“ประทานโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรครับ และมีธุระอะไรที่จะพบกับคุณรอชนีเชนโก?”
“ฉันชื่อทิพชยา ไนต์ ค่ะ...มีธุระด่วนที่จะต้องพบเขาวันนี้”
“ประทานโทษอีกครั้งนะครับ ขอบัตรประจำตัวของคุณผู้หญิงด้วยครับ”