“เข้าไปหาเด็กๆ กันเถอะ” ธีย์เทพกล่าวก่อนที่จะเดินนำหน้าหญิงสาวเข้าไปด้านใน
ธีย์เทพเล่นกับเด็กๆ อย่างสนุกสนาน ในขณะที่ศศินราก็มองภาพนั้นด้วยความสุข นี่ถ้าเธอมีลูกกับเขาเขาคงจะรักลูกไม่ใช่น้อย แต่ถ้าจะให้เขามอบความรักให้เธอมันก็คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
“มาเล่นกับเด็กๆ ด้วยกันสิ” ธีย์เทพหันไปเอ่ยชวนหญิงสาวที่ท่าทางละล้าละลังอยู่
“มาค่ะพี่คนสวย” หนูน้อยหน้าตาบ่งบอกว่าเป็นลูกครึ่งหันมาเรียกหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ศศินราไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปหา
“ว่าไงคะคนสวย” ศศินราเดินเข้าไปหาแม่สาวน้อยเมื่อสักครู่
“มาเล่นพ่อแม่ลูกกันนะคะ คุณน้าเป็นพ่อ ส่วนพี่คนสวยเป็นแม่ แล้วนีน่าจะเป็นลูกเองค่ะ” เด็กหญิงลูกครึ่งที่นามว่านีน่าเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุข
“ได้สิคะ/ได้ครับ” ทั้งสองคนตอบตกลงเกือบจะพร้อมกัน เสียงหัวเราะและรอยยิ้มกำลังผุดอยู่ทุกพื้นที่ในบ้านรักเด็ก ตอนนี้ศศินราและธีย์เทพกลายเป็นหัวโจกให้กับเด็กทั้งหมดที่อยู่ในบ้าน
ทั้งสองใช้เวลาอยู่ที่นั่นจนถึงเวลาเย็น ธีย์เทพจึงลาจากเด็กๆ ทั้งหมด แล้วพาศศินรามุ่งตรงสู่คอนโด
“เห็นพวกเด็กๆ ที่บ้านรักเด็กแล้วนึกถึงตัวเองสมัยเด็กนะคะ” ศศินราเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่รถยนต์เคลื่อนตัวออกมาสักพัก
“ตอนเด็กๆ เธอเป็นยังไงบ้าง” ธีย์เทพเอ่ยด้วยความสนใจ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย นอกจากรู้เพียงว่าหญิงสาวเติบโตขึ้นมาที่บ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งย่านชานเมือง
“เราทุกคนที่อยู่ในบ้าน ต้องอยู่ในกฏระเบียบ คนที่อายุมากหน่อยก็ต้องปลี่ยนเวรกันล้างจาน ทำความสะอาดห้องพัก ไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กที่มีครอบครัวสมบูรณ์แบบ” ศศินราเอ่ยเสียงเศร้า
“แล้วเธอเคยอยากตามหาพ่อแม่มั้ย”
“ไม่ล่ะค่ะ ถ้าเขาต้องการศศิ เขาคงจะไม่เอาศศิมาทิ้งไว้ที่นั่นตั้งแต่ต้น” ศศินราเอ่ยด้วยความรู้สึกเสียใจ บาดแผลนี้มันลึกเกินกว่าเธอเธอจะสามารถลืมเลือนมันได้
“บางทีท่านอาจจะมีเหตุผลจำเป็นที่ไม่สามารถดูแลเธอก็ได้” ชายหนุ่มพยายามปลอบใจหญิงสาว ด้วยเพราะสีหน้าของเธอกำลังบ่งบอกถึงความรู้สึกภายในใจ
“ฉันก็พยายามที่จะคิดแบบนั้นแหล่ะค่ะ คุณรู้มั้ยคะสิ่งที่พวกเราในบ้านเด็กกำพร้ารอคืออะไร” ศศินราไม่สามารถควบคุมความรู้สึกน้อยใจที่มีต่อโชคชะตาของตนเองได้
“เดาไม่ถูกเลยนะ” ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มมาที่หญิงสาว เพื่อต้องการให้เธอคลายความเศร้าใจ
“เรารอว่าจะมีใครสักคนมารับเราออกจากที่นี่ แล้วบอกว่าเขาคือพ่อแม่ของเรา แต่ก็มีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะพบเหตุการณ์แบบนั้น แต่เราทุกคนก็ยังหวังว่ามันจะต้องมีสักวัน” ปลายเสียงแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น การที่ศศินราได้ไปที่บ้านเด็กกำพร้าวันนี้ มันหวนทำให้เธอกลับไปนึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวดของตนเอง
ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวของเขาปาดน้ำตาที่กำลังเอ่อออกมาจากสองตา ความรู้สึกหลากหลายกำลังเกิดขึ้นกับเขา นี่ถ้าเขาพรากเธอจากลูกอีก ก็เท่ากับว่าเขาจะสร้างแผลในใจเธอเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน ผู้หญิงคนนี้ผ่านความเจ็บปวดมาหลายปี แล้วเขายังจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดกับการพลัดพรากจากลูกอีกเหรอ นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องกลับไปทบทวนถึงเรื่องราวระหว่างเขาและเธอ